สังคมชาวเทพฯ > DSA General > DSA Board > มส.สั่ง ห้ามตัดคำว่า"วัด"ออกจากชื่อโรงเรียน


มส.สั่ง ห้ามตัดคำว่า"วัด"ออกจากชื่อโรงเรียน

DS27342
DSA109
15/03/11 19:22:13

      เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า ที่ประชุมมส.ได้มีมติเห็นชอบไม่ให้ตัดคำว่า วัด ที่นำหน้าชื่อโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ หากวัดใดที่ดำเนินการตัดออกไปแล้ว ต้องนำคำว่า วัด มาใส่ในชื่อโรงเรียนเช่นเดิม ตามข้อเสนอของ คณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งยังได้แนบหนังสือนายอดิศักดิ์ วรรณสิน นายกสมาคมพุทธศาสน์สัมพันธ์ ที่ได้ขอให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาตรวจสอบเรื่องการใช้คำว่า วัด รวมกับชื่อโรงเรียน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะมีโรงเรียนวัดหลายแห่งได้ตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียนไปแล้ว 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีโรงเรียนที่ตัดคำว่า วัด ออกจากชื่อโรงเรียนหลายแห่ง อาทิ โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ เปลี่ยนเป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนวัดเทพลีลา เปลี่ยนเป็นโรงเรียนเทพลีลา เป็นต้น

http://www.komchadluek.net/detail/20110228/90254/มส.สั่งห้ามตัดคำว่า“วัด”ออกจากชื่อร.ร..html

http://morning-news.bectero.com/เรื่องเล่าเช้านี้-ข่าวการศึกษา/สำนักพุทธฯสั่งห้าม%20ร.ร.ตัดคำว่าวัดออกจากชื่อ-2011030124-1-1.html

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000026728

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/175710.html

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/175740.html

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1300088505&grpid=no&catid=&subcatid=



ความคิดเห็นที่ 31


DS27342
DSA109
13/01/12 17:17:12

ชาวสวนบอร์ด สงสัย ร.ร.เทพศิรินทร์ เป็น ร.ร.วัดหรือเปล่า

ขอแรงพี่น้องทุกท่าน ช่วยชี้แจงเพื่อนๆขี้สงสัยหน่อย ขอบคุณมากครับ

http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=67898



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30


DS21200
DSA102
11/03/11 08:05:20
อ้างอิงข้อความของ DS27128

ไม่เห็นคลุมเครือเลยครับ ที่มาที่ไปมีรากเหง้าอยู่

ก็ทรงพระราชทานนามว่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2445 ไงครับ 

ก็เหมือนกรณี " โรงเรียนเพาะช่าง " ที่ได้ยกตัวอย่าง ก่อนได้รับนามพระราชทาน โรงเรียนก็ชื่อ " โรงเรียนหัตถกรรมราชบูรณะ "

วัดเทพศิรินทร์ กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ พระองค์เจ้าภาณุรังษี ทรงดำริสร้าง โดยขอพระราชทานพระราชนุญาติจากรัชกาลที่ 5

วัดเทพศิรินทราวาส และโรงเรียนเทพศิรินทร์  เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่ทรงถวายเป็นพระราชกุศล ให้สมเด็จพระเทพศิรินทร์

ถ้าเป็นสามัญชนอย่างเรา ก็ลูกหลาน ทำบุญให้แม่   โดยสร้างวัด และโรงเรียน  เป็นพวกเรา เราคงไม่อยากให้ใครมาขัดหรอกจะมีญาติคนละหน่อ  มาเจ้ากี้เจ้าการ เปลี่ยนชื่อ นั่นนี่ ใครจะยอมครับ 

ดังนั้น กระทรวงธรรมการ  (ลองไปค้นประวัติเสนาบดีกระทรวงธรรมการยุคนั้นครับ ) ไม่มีสิทธิ ที่จะมาขัดพระบรมราชโองการ และไม่มีสิทธิ์ในพื้นดินและสิ่งก่อสร้างในที่ดินแปลงนี้

ประวัติของโรงเรียนเริ่มในปี 2428 อาศัยศาลาการเปรียญ ยังไม่มีตึกเรียน จนปี 2438 พระองค์เจ้าภาณุรังษี ทรงดำริสร้างตึกแม้นนฤมิตร์ ร่วมกับพระญาติ สร้างเสร็จปี 2445 ได้รับพระราชทานนาม โรงเรียนเทพศิรินทร์  

โรงเรียนเทพศิรินทร์อยู่บนพื้นดินแปลงนี้ มาตั้งแต่ต้น ไม่เคยย้ายไปไหน ดังนั้นจึงเริ่ม นับจากปี 2428  จริงๆ ไม่ได้ปั้นแต่งประวัติศาสตร์ขึ้นมาเอง 

กรณี เปลี่ยนชื่อ ไม่ว่ากระทรวงธรรมการจะเปลี่ยนเป็นอะไร ตั้งแต่แรกเริ่ม และภายหลัง

แต่ใน วันที่ 9 มิถุนายน 2445 ได้รับพระราชทานนามว่า  " โรงเรียนเทพศิรินทร์ " 

ขอต่อยอดข้อมูลอีกนิด

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ไม่น่าจะใช่ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เพราะะไม่มีตรงส่วนไหนที่ระบุว่า เป็นโรงเรียน "พระราชทานนาม"  แต่ใช้คำว่า " ให้นามว่า " และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้เกิดจากความพยายามของกลุ่มศิษย์เก่าจากพระตำหนักสวนกุหลาบบางส่วนซึ่งตรงประวัติระบุไว้ชัดเจน ว่า 

" ทั้งนี้ด้วยความคิดของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ศิษย์เก่าเลขประจำตัวหมายเลข 2 ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เสนาบดีกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้เกิดตึกยาว รวมนักเรียนสวนกุหลาบจากที่ต่างๆ " 

ทั้งนี้ได้พยายามสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ แล้วโยงเอาประวัติศาสตร์จากตรงนั้นตรงนี้มารวมกัน  

ซึ่งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระราชวังได้ยุบ เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนสำหรับสามัญชน มิใช่เพียงแต่มหาดเล็ก และทหาร  และได้ย้ายนักเรียนทั้งหมด ไปที่โรงเรียนสตรีสุนันททาลัย ภายหลังย้ายมา ตึกแม้นนฤมิตร์ ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของ พระองค์เจ้าภาณุรังษีฯ ที่สร้างถวายเป้นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเทพศิรินทร์ ที่ตั้งมานานแต่ก่อนตั้งแต่มีการเรียนการสอนในศาลาการเปรียญ  แล้วจึงมีตึกเรียน ในที่ดินผืนเดียวกันนี้

กรณีนี้ เราโดนว่า เรื่อง กรณี นายพุ่ม  สาคร ซึ่งระบุว่าเป็นนักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (วังสุนันทาลัย)  ซึ่งต่อมา นักเรียนจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (วังสุนันทาลัย) ได้กลายมาเป็นเป็นนักเรียนที่ตึกแม้นนฤมิตร์ เป็น " โรงเรียนเทพศิรินทร์ "

ดังนั้นในหนังสือ " เกิดวังปารุสก์ " ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ฯ จึงระบุว่า นายพุ่ม สาคร เป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ทั้งยังตามเสด็จ พระองค์เจ้าพีระฯ อีกด้วย คล้ายกับว่า เป็นพระสหาย ร่วมสถาบัน




ผมอาจจะมองลึกไปนิดนะครับ

http://www.debsirin.ac.th/newmenu.php?bid=5

ปรากฏหลักฐานในปีพ.ศ. ๒๔๒๘ ว่าพระธรรมไตรโลกาจารย์ (เดช ฐานจาโร) เจ้าอาวาสองค์ที่๒ แห่งวัดเทพศิรินทราวาสซึ่งได้รับการอาราธนาให้มาครองวัดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๒๘ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยได้จัดตั้งโรงเรียนสอนปริยัติธรรมบาลี  และ โรงเรียนภาษาไทย โดยมีข้อความปรากฏอยู่ในประวัติของวัดเทพศิรินทรวาสว่าโรงเรียนหนังสือภาษาไทยเดิม  อาศัยศาลาการเปรียญเป็นที่สอนอยู่ในความอำนวยการของเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส  ถึงปี พ.ศ.๒๔๓๓ย้ายไปสอนที่โรงเรียนเจ้าพระยานรรัตน์ราชมานิตย์ คณะกลาง  หลังจากนั้นย้ายไปสอนที่  กุฏิเจ้าอาวาสคณะเหนือ  ภายหลังย้ายไปสอนที่โรงเรียนนิภานภดลคณะใต้  ภายหลังมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นผู้จัดการ  เจ้าอาวาสเป็นผู้อุปการะ สามเณรพุฒเปรียญเอก เป็นครูได้รับแต่งตั้งเป็นครูเอกด้วย  ต่อมาอุปสมบถแล้วลาสิกขามีบรรดาศักดิ์เป็น พระยากฤษณะราชอำนวยศิลป์ธรรมจิตต์วรสภาภักดี

ปรากฎในราชกิจจานุเบกษาเล่ม๓ จ.ศ.๑๒๔๘ มีว่าในเดือน ๓ ปีระกาสัปตศก จ.ศ.๑๒๔๗ พ.ท.พระเจ้าน้องยาเธอดิศวรกุมารผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก ได้รับกระแสพระราชดำริและพระบรมราชโองการให้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎร  ตามพระอารามขึ้นในวันที่๑๕ เดือนสาม ปีระกาสัปตศก จ.ศ.๑๒๔๗ (พ.ศ.๒๔๒๘) ซึ่งในเดือนแรกที่ตั้งโรงเรียนนั้น มีนักเรียน๕๓คนสถานที่ตั้งโรงเรียนก็คือศาลาการเปรียญ  ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว  ที่ตั้งศาลาการเปรียญเดิมปัจจุบันเป็นหมู่กุฏิใกล้ห้องสมุดสามาวดี อาจารย์ที่๑อาจารย์ใหญ่คนแรกคือ  นายเปลี่ยน (แต่จากจดหมายเหตุรัชกาลที่๕ ปรากฏนามว่า อาจารย์ ใหญ่คนแรกคือนายรวก คนที่สองคือนายคำแต่ท่านทั้งสองดำรงตำแหน่งอยู่ในเวลาอันสั้นมาก

ปรากฎในราชกิจจานุเบกษา  ฉบับ ร.ศ.๑๐๘ (พ.ศ.๒๔๓๒) ว่าในปี จ.ศ.๑๒๕๐ (พ.ศ.๒๔๓๑)โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาสได้ส่งนักเรียนสอบไล่ที่หอมิวเซียม ในพระบรมมหาราชวัง ร่วมกับ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ และ โรงเรียนหลวงในวัดต่างๆซึ่งโรงเรียนเทพศิรินทร์สอบได้เป็นอันดับที่สอง  แต่ได้พระราชทานรางวัลสอบไล่ได้มาก  นักเรียนได้รับรางวัลพระราชทาน๔คน  และ  อาจารย์ที่๑ (อาจารย์ใหญ่)  ได้รับพระราชทานรางวัลที่๒  เพราะสั่งสอนอบรมดีเป็นเงิน ๓๐ บาท 

ในปี ร.ศ.๑๐๘ (พ.ศ. ๒๔๓๒)  การสอบไล่  ย้ายไปกระทำที่โรงเรียนสุนันทาวิทยาลัย (โรงเรียนราชินีล่าง)โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาสส่งนักเรียนเข้าแข่งขันและสอบได้เช่นกัน
 
ที่ผมขีดเส้นใต้แสดงไว้คือมีการอ้างราชกิจจานุเบกษาเหมือนกันครับ โรงเรียนเราได้รับการโปรดเกล้าจัดตั้ง จ.ศ. ๑๒๔๗ (พ.ศ. ๒๔๒๘) หากในราชกิจจานุเบกษามีการแจ้งว่าทรงโปรดให้มีชื่อว่า "โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส" ละครับ หรือจากประวัติระบบการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงชื่อ ชื่อที่ถูกเปลี่ยนหลังจากปี ๒๔๔๕ นั้นหากต่อมาปรากฏว่าอ้างอิงมาจากราชกิจจานุเบกษาด้วย ชื่อโรงเรียนในขณะนั้น ก็เป็นชื่อพระราชทานทั้งหมดเหมือนกันครับ!!!
 
เพราะฉะนั้นการที่สมาคมประกาศว่า "โรงเรียนเทพศิรินทร์" เป็นชื่อพระราชทานอ้างอิงราชกิจจานุเบกษาปี 2445 ปีเดียว และกลับไปใช้ชื่อพระราชทานนั้น ก็เหมือนทำเป็นมองไม่เห็น ราชกิจจานุเบกษาอื่นๆที่กล่าวถึงชื่อโรงเรียนครับ มันอาจเป็นที่ครหาได้ว่าเลือกเฉพาะที่ถูกใจครับ
 
ซึ่งผมก็เข้าใจและเห็นด้วยตรงกันกับสมาคมครับว่า นามที่พระราชทานควรกลับไปใช้ตามพระราชประสงค์คือจากรัชกาลที่ ๕ เป็นหลัก คือ "โรงเรียนเทพศิรินทร์" เหมือนกันครับแต่เราควรชี้แจงเสริมอธิบายราชกิจจานุเบกษาอื่นๆ อีกหลายๆอย่าง เช่น
-ปี 2428 การศึกษาในโรงเรียนเป็นแบบพระปริยัติธรรมบาลีและหนังสือไทย
-ปี 2445 ที่ได้รับพระราชทานนามนั้น เป็นปีที่ริเริ่ม การศึกษาแผนใหม่
-ปีหลังจากนั้นอยู่ในรัชสมัยอื่นๆ
-การตั้งเป็นโรงเรียนเพิ่มเป็นการเฉลิมพระนามแม่รำเพย เหมือนกับที่มีการตั้ง เทพศิรินทราพยาบาล (ตามตำนานของวัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งน่าเสียดายที่ถูกยุบไปในปัจจุบัน)
 -การก่อตั้งโรงเรียนและพระราชทานนามให้เนื่องจากการสร้างตึกแม้นนฤมิตร์ แล้วเสร็จซึ่งทรงริเริ่มจากสมเด็จวังบูรพาทูลขอจากรัชกาลที่๕ และโรงเรียนก็ได้ก่อตั้งจากการสละพระราชทรัพย์ของรัชกาลที่๕ สมเด็จวังบูรพา คหบดีหลายๆท่าน รวมกับเงินลงทุนของกระทรวงธรรมการสมัยนั้น เป็นส่วนหนึ่งในการริเริ่มที่จะทรงเกื้อหนุนการศึกษาในประเทศสยามให้ก้าวหน้า โดยมีกำลังหนุนจากหลายๆฝ่าย เหมือนที่ต่อมา รัชกาลที่๕ ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึง พระยาวิสถทธสุริยศักดิ์ ลงวันที่ ๑๑สิงหาคมร.ศ.๑๒๙ ว่าได้นึกปรารภถึงการที่จะอุดหนุนการเล่าเรียนในเมืองเราให้ดำเนินแพร่หลายเร็วขึ้นเบื้องต้นก็เดินทางให้ถูกคือ ทำพื้นให้กว้างจึงจะได้ยอดที่งามตามที่ได้ปรารภแล้วนั้นแต่การที่จะปรารภอย่างไร เมื่อไม่มีกำลังหนุนก็จะสำเร็จไม่ได้และท้ายในตอนท้ายของพระราชหัตถเลขามายังกระทรวงธรรมการในฉบับนี้   ได้แสดงพระราชประสงค์ที่จะ  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินมรดกจำนวน   ๘๐,๐๐๐บาท   อันเป็นสมบัติของ    สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าหญิงเยาวมาลย์นฤมลกรมขุนสวรรคโลกลักษณวดีซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้วให้กระทรวงธรรมการ  จัดสร้างตึกเรียนขึ้น  ทางด้านหน้าวัดทางฝั่งใต้ตรงข้ามกับตึกแม้นนฤมิตรที่มีอยู่แล้วทางด้านทิศเหนือ (ตึกเยาวมาลย์อุทิศ) โดยทรงมุ่งหมายเป็นแบบอย่างให้ชนทั้งหลาย ถือเอาการสร้างสถานศึกษาเล่าเรียนเช่นนี้  ว่าเป็นสิ่งกอปรด้วยประโยชน์และต้องด้วยพระราชนิยม  ยังมีพระราชกระแสต่อไปว่า  ถ้าจะก่อสร้างนั้นแม้ในจำนวนเงิน๘๐,๐๐๐บาทนั้น   จะไม่เพียงพอพระประยูรญาติของสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นั้น  ก็จะทรงบริจาคเพิ่มเติมให้จนสำเร็จ  เพื่ออุทิศพระราชกุศลแด่   องค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าเยาวมาลย์นฤมล กรมขุนสวรรคโลกลักษณวดี ซึ่งก็เป็นคตินิยมการทำบุญอุทิศส่วนกุศลโดยการตั้ง การสร้าง โรงเรียน โดยตั้งชื่อโรงเรียน ตึกเรียน ของผู้บริจาค หรืออุทิศให้ผู้ล่วงลับ (เหมือนการสร้างวัด) เป็นแบบอย่างให้ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ ก็ทรงก่อตั้ง วชิรวุธวิทยาลัยเป็นการทำนุบำรุงการศึกษา แบบของสถาปัตยกรรมของอาคารวชิรวุธวิทยาลัยก็เหมือนวัด ครับ
 
ซึ่งน่าจะมีการรวบรวมจากราชกิจจานุเบกษา ข้อมูลอื่นๆครับ จะได้ปิดช่องที่อาจทำให้สงสัย คลางแคลงใจครับ และควรจะได้รับการชำระและบันทึกเพิ่มเติมในประวัติโรงเรียนครับ เดี๋ยวจะสูญหายไปกับกาลเวลาครับ

 

ส่วนการต่อยอดข้อมูลเกี่ยวกับสวนกุหลาบเพื่อนเราที่ยกมา ผมมองว่า เรื่องการย้ายสวนกุหลาบอังกฤษมาที่โรงเรียนเราครับ ผมยังมองเหมือนเดิมครับ ว่าก็อาจจะคิดเห็นได้แต่อยากให้นึกถึงจดหมายเหตุพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ลงวันที่ ๓ กันยายน ร.ศ. ๑๒๐ "รุปพรรณสันฐาน   แลราคาที่จะว่าตกลงกันไว้ไม่เป็นติขัดขวางอันใด     มีข้อน่าเสียดายอยู่นิดหน่อยที่เรียกชื่อว่า โรงเรียนสวนกุหลาบ     เพราะโรงเรียนได้ตั้งแต่แรกที่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยแล้ว     จะสูญเสียไปก็คราวนี้แหละ เพราะเหตุที่ไปตั้งอยู่ที่ตึกแม้นนฤมิตร์ซึ่งเงินของเราก็ได้ออกจริงๆแต่ของเราก็มั่งนี่จะทำอย่างไรให้ลองนึกดูที"
 จดหมายเหตุฉบับนี้แสดงพระราชประสงค์ของ องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าตึกเรียนนี้พระองค์ได้บริจาคเงินแต่ก็เป็นเพียงบางส่วนจึงไม่ควรที่จะใช้นามว่าโรงเรียนสวนกุหลาบเหมือนโรงเรียนแรกเดิมจึงเป็นเหตุให้กรมศึกษาธิการส่งจดหมาย   ลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ร.ศ.๑๒๑   ถึงมิสเตอร์บรูโน   นายช่างผู้รับเหมาก่อสร้างให้เปลี่ยนนามที่หินแกะจากโรงเรียนสวนกุหลาบ  เป็น โรงเรียนเทพศิรินทร์

แสดงว่ามีโรงเรียนสวนกุหลาบอยู่ในขณะนั้นนะครับ ไม่ได้ถูกยุบไป การ "ย้าย" มาที่โรงเรียนเราก็ไม่ใช่การ "ยุบ"  ครับ และการไม่มีพระประสงค์ให้ใช้ชื่อ สวนกุหลาบก็แสดงถึง ทรงยอมรับการเป็นสถาบันของ โรงเรียนเราครับซึ่งมีรากเหง้าจากวัดและจากการอุปการะทั้งจากรัชกาลที่ ๕ ร่วมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ คหบดี ซึ่งต่อมาก็มีการสรรหาพื้นที่เพื่อจัดตั้งโรงเรียนสวนกุหลาบคือเช่าพื้นที่วัดเลียบ ก็มีการถวายรายงานต่อ รัชกาลที่๕ รวมทั้งมีการเสด็จไปทอดพระเนตรสถานที่ด้วย เพราะฉะนั้นการรวมกันเป็น มัธยมพิเศษเทพศิรินทร์ ไม่น่าจะเป็นการยุบโรงเรียนแต่เป็นการรวมให้นักเรียนสวนกุหลาบอังกฤษเป็นนักเรียนเทพศิรินทร์ครับ และพอสร้างตึกยาวแล้วเสร็จก็มีการย้ายนักเรียนชั้นสูงของเราไปเรียนที่สวนกุหลาบด้วย แสดงว่า เป็นการสืบต่อโรงเรียนแรกเดิมตามที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระประสงค์ไว้นะครับ อีกอย่าง ตราโรงเรียนสวนกุหลาบก็ใช้พระเกี้ยวมีอักษร จปร ครับถ้าไม่เป็นพระประสงค์ก็คงไม่ได้ใช้หรอกครับ

 


อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29


DS23091
DSA104
09/03/11 09:13:38

 เด็กไทยไม่แคร์ มีวัดนำหน้าหรือไม่มี
        
       ครั้นมาสอบถาม ธีรพัฒน์ ลิ้มโสภิตพรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขาให้ความคิดเห็นว่า
       
       “ผมเฉยๆ เลยนะครับว่าจะมีคำว่าวัดอยู่หน้าชื่อหรือไม่ เพราะโรงเรียนของเรา ก็เป็นโรงเรียนของเราอยู่ดี ไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างกันอย่างไร จะบอกว่ามันทำให้ใครรู้สึกภูมิใจขึ้นหรือสูญเสียเอกลักษณ์อะไรไปหรือไม่ ผมเชื่อว่าคนที่เรียนในโรงเรียนอื่นๆ ก็รู้สึกเหมือนกัน อย่างพวกโรงเรียนคริสต์ ยังมีคำว่าคอนแวนต์ ที่แปลได้ว่าเป็นโรงเรียนวัดเหมือนกัน”
      

Reference: 9/3/54

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000030202



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27


DS27128
DSA109
07/03/11 22:47:45
อ้างอิงข้อความของ DS13367

ประวัติและชื่อของโรงเรียนเทพศิรินทร์นับตั้งแต่ปี 2428 จนถึงปัจจุบัน ควรจะได้รับการเขียนขึ้นโดยผู้รู้และมีหลักฐานอ้างอิงหรืออ้างอิงปูชนียบุคคลท่านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นๆ อย่างที่น้อง DS 27128 (รุ่น109) ได้พูดถึง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับโรงเรียนและชื่อโรงเรียน หรือเหตุการณ์สำคัญๆ อื่นๆ ถ้ามีเหตุผลประกอบด้วยจะดีมาก และขอเสนอให้หาทางนำเอาประวัติเหล่านี้ไปไว้เก็บไว้ที่โรงเรียนเป็นข้อมูลให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป จะจัดทำเป็นแผ่นป้ายจารึกอยู่หน้าตึกหรือข้างตึก หรือจัดทำเป็นหนังสือเป็นลายลักษณ์เก็บไว้ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ก็สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร เพื่อให้คณะครู, ผู้บริหารโรงเรียน และนักเรียนรุ่นใหม่ รุ่นต่อๆ ไปได้รับทราบต่อเนื่องกันไปไม่ขาดสาย หรือไม่ต้องมาตามหาข้อมูล สอบถามผู้รู้จริงอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งนับวันบุคคลที่รู้และอยู่ในเหตุการณ์แต่ละช่วงแต่ละตอนก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เพราะเวลาผ่านมายาวนานมาก ครับ          




ข้อมูลส่วนนึง ผมได้ทราบจากบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ และยังมีชีวิตอยู่นั่นคือ  

พี่คณิศร นุชนาฎ เทพศิรินทร์รุ่น 14-16 ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย (พี่เค้าบอกว่ามีอะไรติดต่อสอบถามได้) พี่เค้าบอกว่า เค้าเรียนเทพศิรินทร์ ตอนนั้น มี 2 ชื่อ 3 จังหวัด คือ

มศ.1 ถึง มศ.2 ในปี 2512-2513 โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์  จังหวัดพระนคร 

มศ. 3 ในปี 2514 โรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดนครหลวงกรุงเทพธนบุรี  

มศ.4 ถึง มศ.5 ในปี 2515-2516  โรงเรียนเทพศิรินทร์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ช่วงนึง ผมได้รับการถ่ายทอดจากพี่คณิศร มาหลายเรื่อง มันทำให้ผมมีความภาคภูมิใจ ในเกียรติภูมิของโรงเรียนเรา  อย่างเรื่องนามพระราชทาน ที่เรากลับมาใช้เมื่อปี 2514 นั้น พี่คณิศร บอกว่า ในยุค ผอ.บุญอวบ  บูรณะบุตร นั้น ครูรบ  คุณหิรัญ ท่านเป็นคนหาข้อมูล

เรื่องตึกเยาว์มาลย์อุทิศ และตึกปิยราชบพิตรปดิวัรชดา นั้นพังด้วยน้ำมือมนุษย์ มิใช่ภัยทางสงครามดังที่จารึก ตรงหอนาฬิกาตึกเยาว์ฯปัจจุบัน เพราะพี่เค้าบอกเห็นกับตา ว่า โดนมนุษย์ ก่อสร้าง ทุบตึก แล้วสร้าง ตึกสูง 6 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารเรียนที่สูงที่สุด ในสมัยนั้น เหตุที่ตึกสูงได้ขนาดนั้น และสง่างามขนาดนั้น เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคือ พลเอก กฤษณ์  สีวะรา นักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์   

 หรือแม้กระทั่ง อาจารย์บุญอวบ บูรณะบุตร ซึ่งเป็นเปลี่ยนตำแหน่งจาก  อาจารย์ใหญ่ เป็น ผู้อำนวยการ (ชั้นพิเศษ)  ท่านแรกของโรงเรียนสังกัด กรมสามัญศึกษา เนื่องจากโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ จึงต้องเป็น ชั้นพิเศษ เพิ่มการบริหารเป็น ระดับผู้อำนวยการ  เพราะตอนนั้น ผู้อำนวยการคนแรกคือ ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดม ซึ่งเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มิใช่สังกัดกรมสามัญศึกษา

 

มีเรื่องนึงที่ผมเคยทราบมา ที่หลายคนอาจจะไม่ทราบ และไม่ค่อยมีคนเผยแพร่คือ อาคาร 100 ปี เทพศิรินทร์ เคยมีชื่อ อาคารภาณุรังษี ผมเข้าใจว่า เหตุที่ไม่ใช้พระนามนี้ เพราะอาคารในโรงเรียนเรานั้นเป็นพระนามจากเจ้าของพระราชทรัพย์ในการสร้างตึกเองเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ตึกแม้นนฤมิตร์ ตึกเยาวมาลย์อุทิศ ตึกปิยราชบพิตรปดิวรัดา ตึกนิภานภดล

แต่ อาคาร 100 ปี เทพศิรินทร์ มิได้เป็นพระราชทรัพย์จากพระญาติของ องค์เจ้าภาณุรังษี จึงได้รับการตั้งชื่อ อาคาร 100 ปี เทพศิรินทร์ ในวาระที่ โรงเรียนครบรอบ 100 ปี ในปี 2528 (ตึกก่อสร้าง 2 ช่วง ตั้งแต่ปี 2525 ช่วงฝั่งด้านติดวัดสร้างก่อน) ถ้าจะเฉลิมพระนามของเชื้อพระวงศ์ คงต้องขอพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยผ่านสำนักพระราชวัง

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ โรงเรียนเราถึงเฉลิมพระนามสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

ตรงนี้อยากให้จารึกไว้ในเกียรติภูมิของโรงเรียนเรา เพื่อให้รุ่นน้องๆ ภาคภูมิใจ และเป็นการสร้าง Brand เทพศิรินทร์



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26


DS13367
DSA90
07/03/11 22:03:04

ประวัติและชื่อของโรงเรียนเทพศิรินทร์นับตั้งแต่ปี 2428 จนถึงปัจจุบัน ควรจะได้รับการเขียนขึ้นโดยผู้รู้และมีหลักฐานอ้างอิงหรืออ้างอิงปูชนียบุคคลท่านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นๆ อย่างที่น้อง DS 27128 (รุ่น109) ได้พูดถึง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับโรงเรียนและชื่อโรงเรียน หรือเหตุการณ์สำคัญๆ อื่นๆ ถ้ามีเหตุผลประกอบด้วยจะดีมาก และขอเสนอให้หาทางนำเอาประวัติเหล่านี้ไปไว้เก็บไว้ที่โรงเรียนเป็นข้อมูลให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป จะจัดทำเป็นแผ่นป้ายจารึกอยู่หน้าตึกหรือข้างตึก หรือจัดทำเป็นหนังสือเป็นลายลักษณ์เก็บไว้ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ก็สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร เพื่อให้คณะครู, ผู้บริหารโรงเรียน และนักเรียนรุ่นใหม่ รุ่นต่อๆ ไปได้รับทราบต่อเนื่องกันไปไม่ขาดสาย หรือไม่ต้องมาตามหาข้อมูล สอบถามผู้รู้จริงอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งนับวันบุคคลที่รู้และอยู่ในเหตุการณ์แต่ละช่วงแต่ละตอนก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เพราะเวลาผ่านมายาวนานมาก ครับ          



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25


DS27128
DSA109
07/03/11 13:11:49

ไม่เห็นคลุมเครือเลยครับ ที่มาที่ไปมีรากเหง้าอยู่

ก็ทรงพระราชทานนามว่า โรงเรียนเทพศิรินทร์ ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2445 ไงครับ 

ก็เหมือนกรณี " โรงเรียนเพาะช่าง " ที่ได้ยกตัวอย่าง ก่อนได้รับนามพระราชทาน โรงเรียนก็ชื่อ " โรงเรียนหัตถกรรมราชบูรณะ "

วัดเทพศิรินทร์ กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ พระองค์เจ้าภาณุรังษี ทรงดำริสร้าง โดยขอพระราชทานพระราชนุญาติจากรัชกาลที่ 5

วัดเทพศิรินทราวาส และโรงเรียนเทพศิรินทร์  เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ที่ทรงถวายเป็นพระราชกุศล ให้สมเด็จพระเทพศิรินทร์

ถ้าเป็นสามัญชนอย่างเรา ก็ลูกหลาน ทำบุญให้แม่   โดยสร้างวัด และโรงเรียน  เป็นพวกเรา เราคงไม่อยากให้ใครมาขัดหรอกจะมีญาติคนละหน่อ  มาเจ้ากี้เจ้าการ เปลี่ยนชื่อ นั่นนี่ ใครจะยอมครับ 

ดังนั้น กระทรวงธรรมการ  (ลองไปค้นประวัติเสนาบดีกระทรวงธรรมการยุคนั้นครับ ) ไม่มีสิทธิ ที่จะมาขัดพระบรมราชโองการ และไม่มีสิทธิ์ในพื้นดินและสิ่งก่อสร้างในที่ดินแปลงนี้

ประวัติของโรงเรียนเริ่มในปี 2428 อาศัยศาลาการเปรียญ ยังไม่มีตึกเรียน จนปี 2438 พระองค์เจ้าภาณุรังษี ทรงดำริสร้างตึกแม้นนฤมิตร์ ร่วมกับพระญาติ สร้างเสร็จปี 2445 ได้รับพระราชทานนาม โรงเรียนเทพศิรินทร์  

โรงเรียนเทพศิรินทร์อยู่บนพื้นดินแปลงนี้ มาตั้งแต่ต้น ไม่เคยย้ายไปไหน ดังนั้นจึงเริ่ม นับจากปี 2428  จริงๆ ไม่ได้ปั้นแต่งประวัติศาสตร์ขึ้นมาเอง 

กรณี เปลี่ยนชื่อ ไม่ว่ากระทรวงธรรมการจะเปลี่ยนเป็นอะไร ตั้งแต่แรกเริ่ม และภายหลัง

แต่ใน วันที่ 9 มิถุนายน 2445 ได้รับพระราชทานนามว่า  " โรงเรียนเทพศิรินทร์ " 

ขอต่อยอดข้อมูลอีกนิด

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ไม่น่าจะใช่ โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เพราะะไม่มีตรงส่วนไหนที่ระบุว่า เป็นโรงเรียน "พระราชทานนาม"  แต่ใช้คำว่า " ให้นามว่า " และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้เกิดจากความพยายามของกลุ่มศิษย์เก่าจากพระตำหนักสวนกุหลาบบางส่วนซึ่งตรงประวัติระบุไว้ชัดเจน ว่า 

" ทั้งนี้ด้วยความคิดของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ศิษย์เก่าเลขประจำตัวหมายเลข 2 ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เสนาบดีกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้เกิดตึกยาว รวมนักเรียนสวนกุหลาบจากที่ต่างๆ " 

ทั้งนี้ได้พยายามสร้างโรงเรียนขึ้นมาใหม่ แล้วโยงเอาประวัติศาสตร์จากตรงนั้นตรงนี้มารวมกัน  

ซึ่งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระราชวังได้ยุบ เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนสำหรับสามัญชน มิใช่เพียงแต่มหาดเล็ก และทหาร  และได้ย้ายนักเรียนทั้งหมด ไปที่โรงเรียนสตรีสุนันททาลัย ภายหลังย้ายมา ตึกแม้นนฤมิตร์ ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ของ พระองค์เจ้าภาณุรังษีฯ ที่สร้างถวายเป้นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเทพศิรินทร์ ที่ตั้งมานานแต่ก่อนตั้งแต่มีการเรียนการสอนในศาลาการเปรียญ  แล้วจึงมีตึกเรียน ในที่ดินผืนเดียวกันนี้

กรณีนี้ เราโดนว่า เรื่อง กรณี นายพุ่ม  สาคร ซึ่งระบุว่าเป็นนักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (วังสุนันทาลัย)  ซึ่งต่อมา นักเรียนจากโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ (วังสุนันทาลัย) ได้กลายมาเป็นเป็นนักเรียนที่ตึกแม้นนฤมิตร์ เป็น " โรงเรียนเทพศิรินทร์ "

ดังนั้นในหนังสือ " เกิดวังปารุสก์ " ของพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ฯ จึงระบุว่า นายพุ่ม สาคร เป็นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ทั้งยังตามเสด็จ พระองค์เจ้าพีระฯ อีกด้วย คล้ายกับว่า เป็นพระสหาย ร่วมสถาบัน



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24


DS21200
DSA102
07/03/11 09:30:25

ส่วนตัวผมไม่สงสัยครับว่า สวนกุหลาบเพื่อนเราเป็นนามพระราชทานหรือเปล่าครับ เป็นอยู่แล้วครับ

กลับมาในส่วนของโรงเรียนเรา เนื่องจากเคยเปลี่ยนชื่อไปมาหลายครั้งและมีคำว่า "วัด" ครับ ในประวัติระบบการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงชื่อของโรงเรียนก็ยังมีชื่อที่เก่าแก่กว่าคือ

 

"โรงเรียนมูลสามัญวัดเทพศิรินทราวาส" ปี 2435 หรือในประวัติโรงเรียนย้อนกลับขึ้นไปช่วง 2428-2435 ถึง ชื่อโรงเรียนใช้ "โรงเรียนวัดเทพศิรินทราวาส" ครับซึ่งอ้างอิงราชกิจจานุเบกษาด้วย ทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ส่วนนี้ยังคลุมเครือและเป็นการบอกเล่าปากต่อปากครับ

 

ผมเห็นว่าควรอย่างยิ่งที่จะกลับมาชำระประวัติศาสตร์และใส่ข้อมูลประวัติศาสตร์ให้ครบถ้วนครับ



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23


DS27128
DSA109
06/03/11 23:58:22

อันนี้จะเป็นอย่างไรครับลองนึกดูที

ลองศึกษาประวัติศาสตร์ดูแล้ว จะกระจ่างชัดครับว่าอะไรเป็นอะไร 

จากประวัติโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ใน วิกิพีเดีย

ต่อมาการเดินทางอันยาวนานของ "สวนกุหลาบ" จึงได้สิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. 2454 โดยโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ได้รวมกับฝ่ายไทยและได้แหล่งที่พำนักถาวร พร้อมกับนามว่า "โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย" ถึงตรงนี้ โรงเรียนสวนกุหลาบทั้งสองฝ่ายก็ได้มารวมกันอีกครั้งดยอยู่ในพื้นที่ของวัดราชบุรณะ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้สร้างตึกยาวขึ้นเพื่อดำเนินการสอน การที่พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างตึกยาวนี้ ทรงมอบให้กรมโยธาธิการเป็นผู้ออกแบบโดยใช้งบประมาณของวัดราชบูรณะ ซึ่งในเวลานั้นเงินสร้างตึกให้ชาวบ้านเช่าโดยเปลี่ยนเป็นให้โรงเรียนเช่า เพื่อใช้เป็นโรงเรียนแผนใหม่ ทั้งนี้ด้วยความคิดของเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) ศิษย์เก่าเลขประจำตัวหมายเลข 2 ของโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เสนาบดีกระทรวงธรรมการในขณะนั้น จึงได้เกิดตึกยาว รวมนักเรียนสวนกุหลาบจากที่ต่างๆ

ตึกยาว ที่เคียงข้างตึกยาว(สวนกุหลาบ) ความจริงแล้วก่อนช่วงเกิดสงครามโลก ตึกยาวดังกล่าวเป็นของโรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพป้ายโรงเรียนเพาะช่างติดอยู่บริเวณทางเข้าตึกยาว 

ที่มา: วิกิพีเดีย

จากประวัติโรงเรียนเพาะช่าง

พ.ศ. 2453 เพิ่มแผนกวิชา ช่างถม ประกอบด้วยฝ่ายขึ้นรูป การสลักลายและการลงน้ำยา ต่อมากระทรวงธรรมการ ต้องการฝึกหัดครูไปสอนในโรงเรียนต่าง ๆ ตามหลักสูตรใหม่สามัคยาจารย์สมาคม จึงโอนโรงเรียนเพาะช่าง พร้อมทั้งโรงงานช่าง ให้แก่กระทรวงธรรมการ เมื่อวันที่ 1 มกราคม

พ.ศ. 2454 เปลี่ยนชื่อว่า “ โรงเรียนหัตถกรรมราชบูรณะ “ จัดเป็นโรงเรียนสอนวิชาพณิชยกรรมเกษตรกรรม และศิลปกรรมขึ้นเป็นครั้งแรก พระราชดำริในอันที่จะทรงทำนุบำรุงศิลปะการช่าง และหัตถกรรมไทยให้เจริญพัฒนาถาวรของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

คำว่า "เพาะช่าง" ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2456 สืบเนื่องมาจากงานเฉลิมพระชนมพรรษา ในการที่โรงเรียนเพาะช่างได้รับพระราชทานกำเนิดจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นก็เพราะพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงห่วงใย ในศิลปะการช่างของไทยจะถูกอิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่หลายเข้าครอบงำ อาจถึงคราวเสื่อมสูญได้ จึงมีพระราชประสงค์จะทำนุบำรุงศิลปะการช่างของไทย ให้พัฒนาถาวรสืบไป

ที่มา: วิกิพีเดีย

สังเกตดูจะมีคำว่า ราชบูรณะอยู่ แต่กรณีโรงเรียนเพาะช่าง เป็นนามพระราชทานจากองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ จึงชื่อว่า "เพาะช่าง"  ในปี พ.ศ.2456



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22


DS16803
DSA98
04/03/11 15:44:05

   เราก็รวมกลุ่มกันจัดเป็นม๊อบเลยซิ



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21


Webmaster

03/03/11 13:34:06

จากรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" สรยุทธ์สัมภาษณ์ ผอ. สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ




อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20


DS27128
DSA109
03/03/11 09:28:33
อ้างอิงข้อความของ DS13367

ขอเสนอ คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าฯ นอกจากจะแจ้งเรื่องพร้อมหลักฐานเกี่ยวกับชื่อโรงเรียน "เทพศิรินทร์" แล้ว ควรจะถือโอกาสนี้ช่วยกันออกแรงกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องกับโรงเรียนทุกภาคส่วนออกมา หาแนวทางทำให้ภาพลักษณ์ของ "เทพศิรนทร์" ที่เคยยืนอยู่คู่คี่กับ "สวนกุหลาบ" ทางด้านการศึกษา, เคยเป็นมหาอำนาจลูกหนังกรมพลศึกษา (ถ้วยเต็มตู้ไม่แพ้แมนยูฯ หรือหงส์), เคยมีศิษย์เก่าที่สร้างคุณค่า คณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ให้กับสังคมไทยและนานาชาติไม่ขาดสายต่อเนื่องมายาวนาน ออกมาช่วยกันสร้างทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม   "Brand เทพศิรินทร์" มีมนต์ขลังที่ซ่อนเร้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในโรงเรียนขณะนี้มากมายหลายๆ เท่า  ผู้บริหารโรงเรียน สมาคมนักเรียนเก่า สมาคมครูและผู้ปกครองฯ นักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบันควรจะต้องได้รับทราบและตระหนักรู้มากกว่านี้ "Brand เทพศิรินทร์" ไม่ใช่แค่ "ชื่อ"  หรือ "สีเขียวเหลือง" หรือ"สัญลักษณ์ตราโรงเรียนหรือดอกรำเพย" หรือ "เพลงอโหกุมาร"  หรือ "จตุรมิตร" แต่ยังมี "สำนึกของความเป็นเทพศิรินทร์ ไม่คนเป็นรกโลก เป็นสุภาพบุรุษทางด้านความคิดและการปฏิบัติ ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค และอืนๆ อีกมากมายที่พวกเราทั้งหลายได้จากการเป็นนักเรียนในโรงเรียนเทพศิรินทร์" ........




ขอร่วมในการใหญ่ในครั้งนี้ด้วยครับ



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19


DS13367
DSA90
03/03/11 09:25:09

ขอเสนอ คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าฯ นอกจากจะแจ้งเรื่องพร้อมหลักฐานเกี่ยวกับชื่อโรงเรียน "เทพศิรินทร์" แล้ว ควรจะถือโอกาสนี้ช่วยกันออกแรงกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องกับโรงเรียนทุกภาคส่วนออกมา หาแนวทางทำให้ภาพลักษณ์ของ "เทพศิรนทร์" ที่เคยยืนอยู่คู่คี่กับ "สวนกุหลาบ" ทางด้านการศึกษา, เคยเป็นมหาอำนาจลูกหนังกรมพลศึกษา (ถ้วยเต็มตู้ไม่แพ้แมนยูฯ หรือหงส์), เคยมีศิษย์เก่าที่สร้างคุณค่า คณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ให้กับสังคมไทยและนานาชาติไม่ขาดสายต่อเนื่องมายาวนาน ออกมาช่วยกันสร้างทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม   "Brand เทพศิรินทร์" มีมนต์ขลังที่ซ่อนเร้นมากกว่าที่เป็นอยู่ในโรงเรียนขณะนี้มากมายหลายๆ เท่า  ผู้บริหารโรงเรียน สมาคมนักเรียนเก่า สมาคมครูและผู้ปกครองฯ นักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบันควรจะต้องได้รับทราบและตระหนักรู้มากกว่านี้ "Brand เทพศิรินทร์" ไม่ใช่แค่ "ชื่อ"  หรือ "สีเขียวเหลือง" หรือ"สัญลักษณ์ตราโรงเรียนหรือดอกรำเพย" หรือ "เพลงอโหกุมาร"  หรือ "จตุรมิตร" แต่ยังมี "สำนึกของความเป็นเทพศิรินทร์ ไม่คนเป็นรกโลก เป็นสุภาพบุรุษทางด้านความคิดและการปฏิบัติ ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรค และอืนๆ อีกมากมายที่พวกเราทั้งหลายได้จากการเป็นนักเรียนในโรงเรียนเทพศิรินทร์" ........



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18


DS17489
DSA97
03/03/11 08:48:55

มหาเถรและนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ใหญ่มาจากไหน

ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ก่อนจะทำอะไรไปศึกษามาก่อน



อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17


Webmaster

02/03/11 19:27:28

ตามที่สื่อมวลชนได้เสนอข่าวว่ามหาเถรสมาคม ได้มีมติที่ประชุมเห็นชอบไม่ให้ตัดคาว่า “วัด” ที่นาหน้าชื่อโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดหรือธรณีสงฆ์ หากโรงเรียนใดที่ดาเนินการตัดออกไปแล้ว ต้องนาคาว่า “วัด” มาใส่ในชื่อโรงเรียนเช่นเดิม และโรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้รับการกล่าวอ้างพาดพิงว่าเป็นหนึ่งในโรงเรียนในข่ายดังกล่าว นั้น
สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเรียนชี้แจงมาเพื่อโปรดทราบว่า โรงเรียน เทพศิรินทร์ได้รับการประกาศชื่อโรงเรียนตามหนังสือกรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ.0704/17716 ลงวันที่ 10 กันยายน 2514 เรื่อง ชื่อโรงเรียน ความว่า กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาแล้วอนุมัติการขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจาก “โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์” เป็น “โรงเรียนเทพศิรินทร์” เพื่อให้ตรงกับพระนามของพระราชชนนีในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 121 ความรายละเอียดตามสาเนาเอกสารที่ส่งมาพร้อมนี้
พ.ศ. 2445 เมื่อมีการสร้างอาคารเรียน 2 หลังแรกเสร็จเรียบร้อย รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2445 พระราชทานนามว่า“โรงเรียนเทพศิรินทร์”
พ.ศ. 2494 กระทรวงศึกษาธิการ เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์”
พ.ศ. 2514 โรงเรียนได้กลับมาใช้นาม “โรงเรียนเทพศิรินทร์” ตามที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้พระราชทานนามดังเดิม
ทั้งนี้ การเรียนชี้แจงข้อมูลข้างต้น ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน โดยมิได้มีส่วนก้าวล่วงในการดาเนินการใด ๆ ในประเด็นดังกล่าว โดยทางสมาคมฯ ยินดีที่จะน้อมรับผลการพิจารณาจากองค์กรที่มีหน้าที่ในการดาเนินการต่อไป




อ้างอิงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16


DS27342
DSA109
02/03/11 18:36:50

     ดร.อ่องจิต เมธยะประภาส ที่ปรึกษาด้านนโยบายและวางแผน สพฐ. ได้ยืนยันกรณีนี้ และ อ้างอิงชื่อ ร.ร.เทพศิรินทร์ ในคลิปการสัมภาษณ์ตั้งแต่ น.4.40 เป็นต้นไป

http://www.nationchannel.com/main/programs/chaowkhung/20110302/26247/ตัด%20%20วัด%20%20ออกจากชื่อโรงเรียน%20ใครได้ประโยชน์/

     “เรื่องการทำตามมติ มส.นั้น เบื้องต้นขอศึกษาระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ความจริงแล้ววัดและสถานศึกษามีความใกล้เคียงกันมาก และมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเพราะวัดให้การอนุเคราะห์เรื่องการจัดการศึกษา ต้องดูเจตนารมณ์ของการดำเนินการในกรณีนี้ด้วยว่าโรงเรียนที่เปลี่ยน ๆ เพราะอะไร ยกเว้นกรณีที่โรงเรียนใช้พื้นที่วัดแต่ได้รับชื่อพระราชทาน จุดนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ส่วนใหญ่หากกังวลเรื่องค่านิยมผมคิดว่าไม่เป็นเป็นปัญหา เพราะดูได้จากจำนวนโรงเรียนที่มีคำว่าวัดนำหน้า มีถึง 2 ใน 3 และส่วนใหญ่คุณภาพของผู้เรียนก็มีคุณภาพที่ดี เชื่อว่าผู้ปกครองเข้าใจเชื่อมั่นในการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่มีคำว่า “วัด” นำหน้า อีกทั้งจะต้องดูย้อนประวัติของการก่อตั้งโรงเรียนด้วยว่ามีความเป็นเช่นไร กรณี ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นั้น ก็ตั้งอยู่พื้นที่วัดแต่ว่าเดิม ใช้ชื่อ “โรงเรียนเทพศิรินทร์” อยู่แล้วไม่มีคำว่าวัดนำหน้านายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาธิการ (กพฐ.) กล่าว

โฉมหน้านายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ผู้เสนอเรื่องดังกล่าว

     นายสมเกียรติ   ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.) กิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้เสนอเรื่องดังกล่าวให้ มส. พิจารณา ว่า จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าโรงเรียนที่มีการตัดคำว่าวัด ออกจากโรงเรียน อาทิ โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร เขตบางพลัด, โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม เขตดินแดง, โรงเรียนจันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม เขตภาษีเจริญ, โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย เขตบางกอกน้อย โรงเรียนไชยฉิมพลีวิทยาคม เขตภาษีเจริญ, โรงเรียนไตรมิตรวิทยาลัย เขตสัมพันธวงศ์, โรงเรียนเทพลีลา เขตบางกะปิ, โรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม เขตบางกอกน้อย อย่างไรก็ตาม คณะอนุกมธ.ฯจะร่วมมือกับสำนักงาน พศ. สำรวจจำนวนโรงเรียนที่แน่นชัดอีกครั้ง

http://www.komchadluek.net/detail/20110301/90319/พบร.ร.มีคำว่า“วัด”นำหน้า21,125แห่ง.html



อ้างอิงความคิดเห็น

[First] 1 2 [next] [Last]

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็นค่ะ