เทพศิรินทร์

DSA Events
SUN
SAT
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
หน้าแรก
ประวัติสมาคมนักเรียนเก่า
ทำเนียบนายกสมาคม
คณะกรรมการสมาคม
ชมรมครูเก่าเทพศิรินทร์
หอเกียรติยศนักเรียนเก่า
บทความจากนักเรียนเก่า
การสนับสนุนโรงเรียน
ตารางเทียบรุ่น
อัลบั้มรูป
อัลบั้มวีดีโอ
เพลงเทพศิรินทร์
เทพศิรินทร์ network
แฟ้มจดหมายข่าว
สมาชิกเว็บฯ ของแต่ละรุ่น
สมัครสมาชิกสมาคมฯ
ติดต่อเรา

โรงเรียนเทพศิรินทร์
Green-Yellow Pages
เว็บบอร์ด

Social Network

facebook twitter youtube


จำนวนครั้งเข้าชม

DSA98 (178)
DSA104 (146)
DSA97 (86)
DSA105 (50)
DSA100 (49)
DSA109 (45)
DSA102 (44)
DSA101 (42)
DSA110 (41)
DSA99 (37)

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 1284
จำนวนนักเรียนเก่าทั้งหมด 46719
เทพศิรินทร์รำลึก
เทพศิรินทร์รำลึก
โดย : นายสุนทร หงส์ลดารมณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี

ถึงแม้เวลาที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ในโรงเรียนเทพศิรินทร์ จะผ่านไปแล้วหลายสิบปีก็ตามแต่ ข้าพเจ้าก็ยังจำเหตุการ์ณต่างๆที่เกิด ขึ้นระหว่างระยะเวลาในอดีตนั้นได้ค่อนข้างดี เพราะเป็นเหตุการณ์ของโรงเรียนเก่าแก่อันเป็นที่รักของพวกเราชาวเทพฯ ทุก คนที่เป็นที่ประทับใจเป็นอันมาก

ในสมัยนั้นอาจารย์ใหญ่ของเรา และของโรงเรียนใหญ่ๆหลายแห่งเช่น สวนกุหลาบ จะเป็นชาวต่างประเทศ และตามปกติมัก จะเป็นคนอังกฤษ ในสมัยของข้าพเจ้าอาจารย์ใหญ่ก็คือ นายเอน แอล เซลลี่(N.L.Selly) ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ

ท่านผู้นี้ค่อนข้างจะเป็นผู้เข้มงวดและเคร่ง ขรึมมากและข้าพเจ้าเองจำได้ดีว่าถูกท่านเฆี่ยนถึง ๒-๓ครั้งและท่านเฆี่ยนด้วย ไม่เรียวที่ค่อนข้างแข็ง ซึ่งรู้สึกเจ็บปวดพอสมควรทีเดียว แต่ข้าพเจ้าทราบดีว่าท่านมีเหตุผล และ พฤติกรรมของข้าพเจ้าก็ สมควรจะได้รับการลงโทษ ที่ค่อนข้างรุนแรงกว่า ในส่วนลึกของความรู้สึกข้าพเจ้าข้าพเจ้าทราบดีว่า ท่านมีเจตนาดี และ ท่านรักโรงเรียนเทพศิรินทร์อย่างจริงใจ และข้าพเจ้าเชื่อมั่นจนกระทั่งทุกวันนี้ว่า ท่านมีส่วนสำคัญคนหนึ่งที่ช่วยให้ข้าพ เจ้าสอบแข่งขันชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศได้ สำเร็จ

บูรพาจารย์อีกท่านหนึ่งซึ่งควรแก่การยกย่อง สรรเสริญ ก็คือเจ้าคุณจรัลชวนะเพท อาจารย์ผู้ปกครองซึ่งรับราชการอยู่ที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์เป็นเวลาหลายทศวรรตซึ่ง นักเรียนเก่าหลายสินรุ่นระหว่างประมาณพ.ศ.๒๔๔๐ ถึง พ.ศ.๒๔๗๕ จะลืมท่านเสียไม่ได้เป็นอันขาด

ท่านเป็นตัวอย่างอันประเสริฐของครูท่านมีความ ขยันอย่างหาที่เปรียบมิได้ท่าจะมาถึงโรงเรียนแต่เช้าก่อนโรงเรียน เปิด และ จะกลับบ้านหลังโรงเรียนเลิกแล้วหลายชั่วโมง ในระหว่างหยุดพักกลางวันท่าจะออกมาเดินตรวจตราความ เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างละเอียดถี่ถ้วย และเป็นผู้ที่มีนัยตาค่อนข้างแหลมคมมาก

วันหนึ่ง ในระหว่างหยุดพักกลางวัน เมื่อข้าพเจ้ารับประทานอาหารแล้ว กลับมาในสนามฟุตบอลหน้าโรงเรียน แล้วหัดซ้อม ฟุตบอลและบังเอิญมีนักเรียนรุ่นเล็กๆ ก็เดินอยู่อีกมุมหนึ่งของสนามด้วยข้าพเจ้านึกสนุกขึ้นมาก็เข้าไปแย่งนัก เรียนรุ่นเล็ก กลุ่มนั้นเตะฟุตบอลด้วย ท่านเจ้าคุณจรัล ท่านบังเอิญเหลือบเห็นทันที จึงเรียกข้าพเจ้าไปข้างๆสนามใช้หัวไม้เท้าเลี่ยมเงิน คู่มือของท่านฟาดตาตุ่มของข้าพเจ้า ๒-๓ครั้ง เพื่อเป็นการสอนไม่ให้รังแกเด็กที่เล็กกว่า ปรากฏว่าตาตุ่มของข้าพเจ้าปูดบวม เดินไม่สะดวกไปหลายวัน

ในสมัยที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเทพ ศิรินทร์นั้น ทุกๆ วันสุดท้ายของสัปดาห์ โรงเรียนจะนิมนต์ให้พระในวัดมาเทศนา หรืออบรมพระพุทธศาสนาและจริยธรรมให้แก้นัก เรียนฟังเป็นประจำ ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มาก และ ตามปกติ เจ้าคุณจรัลฯ ก็จะอบรมเพิ่มเติมด้วยตัวท่านเองอีก ด้วย ข้าพเจ้ายังจำคำสั่งสอนของท่านบางส่วนได้ จนถึงทุกวันนี้ อาทิ ท่านจะเน้นว่า ขอให้นักเรียนทุกคนจง "อ่อนโยนแต่อย่าอ่อนแอ" จงพยายามให้ "แข็งแรงแต่อย่าแข็งกระด้าง" เป็นต้น ซึ่งเป็นคำสอนที่ง่ายๆ แต่มีสาระประโยชน์มาก

ในสมัย ๖๐-๗๐ปีก่อนนั้น ชั้นมัธยมศึกษาจะมีตั้งแต่ชั้นมัธยมหนึ่งไปจนถึงมัธยมแปด (โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษายังไม่เกิด) นักเรียนที่สำเร็จมัธยมแปด แล้วก็อาจไปสมัครต่อ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือพยายามสอบเข้า โรงเรียนนายร้อย นาย เรือ ฯลฯ กันตามใจสมัคร ผู้ที่เรียนเก่ง และ ประสงค์ จะไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ก็จะพยายามเข้าสมัครสอบแข่งขันชิงทุน ซึ่งในสมันนั้นก็มีทุนเพียง ๑-๒ประเภทเท่านั้น เช่นทุนเล่าเรียนหลวง หรือ King's Scholarship เป็นต้น

โรงเรียนเทพศิรินทร์มีระเบียบอยู่อย่างหนึ่ง ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่สอบ ม.แปด เรียนซ้ำเพื่อสมัครสอบแข่งขันชิงทุนขิงทุน ๒-๓ ครั้ง เพราะประสงค์จะเปิดโอกาสให้นักเรียนรุ่นหลังๆเข้าเรียนได้เต็มที่ แต่ที่โรงเรียนอื่นเช่น โรงเรียนสวนกุหลาบจะ เปิดโอกาสให้นักเรียนที่ค่อนข้างเรียนดีเรียน ซ้ำชั้นได้ เพื่อจะได้มีโอกาสสอบชิงทุนได้มากกว่าหนึ่งครั้ง

ผลก็คือตามปกตินักเรียนเก่าสวนกุหลาบจะสอบชิง ทุนเล่าเรียนหลวงได้มากกว่าโรงเรียนอื่นเสมอแต่อย่างไรก็ดี โรงเรียน เทพศิรินทร์ ก็มีช้างเผือกซึ่งเรียนดีเป็นพิเศษ และสอบชิงทุนได้ในปีแรกหลายท่าน อาทิ เช่น ม.ล.ชูชาติ กำภู (อดีตรัฐมน ตรี และอธิบดีกรมชลประทาน) นายจำรัส ฉายะพงศ์ ม.ล.ชิดเชื้อ กำภู เป็นต้น

อย่างไรก็ดีนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ที่สำเร็จ ม.๘ ในสมัยนั้น ก็มีผู้เรียนดีหลายคน และ บางคนก็สอบชิงทุนเล่าเรียนอื่น นอกจากทุนเล่าเรียนหลวงได้ อาทิเช่นในสมัยของ ข้าพเจ้าก็มี พล.อ.ท.มานพ สุริยะ ซึ่งได้ทุนของกองทัพอากาศ ดร.กัลย์ อิศรเสนา และ ม.ล.จิรายุ นพวงศ์ (ซึ่งปัจจุบันเป็นองคมนตรีทั้งสองท่าน)ได้รับทุนของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

เท่านี้ข้าพเจ้าก็ได้เพื่อนร่วมรุ่นของ ข้าพเจ้าที่เรียนดีที่สุดคือ คุณชมพู อรรถจินดาทนายความที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขามัก จะสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเสมอ และได้เป็นผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือกับสมาคมนักเรียเก่าเทพศิรินทร์ อย่างแข็งขันที่สุด ผู้หนึ่ง และนอกจากนั้นอีกหลานคนเช่น นายบุณย์ เจริญไชย, น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว, น.พ.อุดม โปษะกฤษณะ, น.พ. สมบุญ ผ่องอักษร, นายโอสถ โกศิน, นายเขมชาติ บุณยะรัตพันธ์ ก็ได้เป็นรัฐมนตรีสมัยต่างๆกันหลายท่าน แม้ในปัจจุ -บันนี้ นักเรียนเก่าที่มีชื่อเสียงเกียรติยศสูงส่งหลายท่าน เช่น ดร.กัลย์ อิศรเสนา, ม.ล.จิรายุ นพวงศ์, พล.อ.ต.กำธน สินธวานนท์ และ คุณจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ซึ่งดำรงตำแหน่งองคมนตรีทั้งสี่ท่าน และคุณมารุตบุนนาค ประธาน สภาผู้แทนราษฏรคนปัจจุบัน

นักเรียนเก่ารุ่นปัจจุบันเป็นจำนวนมากคงจะจำ ไม้ได้หรือไม่ทราบว่าในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนั้น โรงเรียนเทพ ศิรินทร์ ถูกทำลายด้วยระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างรุนแรง จนกระทั่ง ตึกแม้นนฤมิตรหลังเก่า ถูกกล่มทลาย ย่อยยับ (เหตุสำคัญก็คงเป็นเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ หัวลำโพงซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของศัตรู) และที่น่าเสียดายมากก็คือบรร ดาถ้วย และโล่รางวัลที่โรงเรียนได้รับเป็นกรรมสิทธิ์จากการเป็นเยี่ยมในกีฬาต่างๆ โดยเฉพาะฟุตบอลนั้นก็ได้กลายเป็น เถ้าถ่านไปด้วยพร้อมกัน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นมาตลอดเวลาว่าระยะเวลาชีวิต ของคนแต่ละคนนั้นระยะเวลาที่มีอายุระหว่างเป็นเด็กจนถึงอายุประมาณสิบ- แปดปี เป็นระยะเวลาที่สำคัญที่สุด และ ช่วงชีวิตนี้ก็คือ ช่วงที่เราเรียนหนังสือชั้นมัธยมต้น ถึงมัธยมปลาย นั่นเอง สิ่งต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างชีวิต นั้นจะเป็นสิ่งที่ประทับใจและบทเรียนที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตของเราต่อไปจน ถึงอวสานอย่างลึกซึ้งที่สุดและผู้ที่มีบทบาท สำคัญที่สุดแก่นักเรียนในวัยนี้ ก็คือบรรดาครูบาอาจารย์ และสถาบันต่างๆที่มีส่วน ในการบริหารการศึกษาของชาติ ข้าพเจ้าจึงหวังว่าทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะได้ตะหนักในเรื่องนี้และทำ หน้าที่ของแต่ละคน อย่างดีที่สุดตลอดไป

ลงชื่อเข้าใช้

Username
Password
ลืมรหัสผ่าน ?
สมัครสมาชิกเว็บไซต์