เทพศิรินทร์

DSA Events
SUN
SAT
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
หน้าแรก
ประวัติสมาคมนักเรียนเก่า
ทำเนียบนายกสมาคม
คณะกรรมการสมาคม
ชมรมครูเก่าเทพศิรินทร์
หอเกียรติยศนักเรียนเก่า
บทความจากนักเรียนเก่า
การสนับสนุนโรงเรียน
ตารางเทียบรุ่น
อัลบั้มรูป
อัลบั้มวีดีโอ
เพลงเทพศิรินทร์
เทพศิรินทร์ network
แฟ้มจดหมายข่าว
สมาชิกเว็บฯ ของแต่ละรุ่น
สมัครสมาชิกสมาคมฯ
ติดต่อเรา

โรงเรียนเทพศิรินทร์
Green-Yellow Pages
เว็บบอร์ด

Social Network

facebook twitter youtube


จำนวนครั้งเข้าชม

DSA98 (178)
DSA104 (146)
DSA97 (86)
DSA105 (50)
DSA100 (49)
DSA109 (45)
DSA102 (44)
DSA101 (42)
DSA110 (41)
DSA99 (37)

จำนวนสมาชิกทั้งหมด 1284
จำนวนนักเรียนเก่าทั้งหมด 46719
พระคุณของเทพศิรินทร์
พระคุณของเทพศิรินทร์
โดย : นายอุดม ชาตบุตร อดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ

ผู้เขียนมีกำเนิดการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เริ่มต้นจากประถมปีที่๑ เรียนปีละชั้นเป็นเวลา๑๐ ปีเต็มๆ

ขุนวรศาสตร์ดรุณกิจเป็นครูประจำชั้น สมัยนั้นการสอบไล่ถ้าสอบได้ที่๑ ด้วยคะแนนเกินร้อยละ ๘๐ขั้นไป ขึ้นป.๒ จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ผมจึงเรียนป.๒ ด้วยการไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนปีละ ๖๐บาท

รากฐานการศึกษาที่ได้รับจากโรงเรียนมัธยมวัด เทพศิรินทร์ เป็นรากฐานที่ผมระลึกถึงบุญคุณของโรงเรียน นี้อยู่ไม่รู้ลืมไม่เคยละเว้นที่จะสนองคุณของ โรงเรีนรทุกโอกาสไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

ผมไม่เคยไปเรียนต่างประเทศ แต่"เทพศิรินทร์" ก็เสริมสร้างให้ผมได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ การเมืองซึ่งสมัยนั้นการสอบไล่ไม่มีข้อเขียน สอบไล่ด้วยปากเปล่ากับอาจารย์ผู้ทำการสอบ

สมัยผมเรียนอยู่ชั้น ม.๕ ครูฟุ้ง ศรีวิจารณ์ เป็นครูประจำชั้น ได้มีเหตุการ์ณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับตัวผมเอง ซึ่งคิดว่าคงพอจะนับได้ว่าเป็นประสบการ์ณ์ ครั้งแรกและครั้งเดียว(พอแล้ว) ที่ผมสร้างขึ้นในชีวิตที่เรียน หนังสือ และ ไม่เคยได้ยินได้ฟังว่าประสบการ์ณเช่นที่ผมก่อขึ้นนั้นได้พึงมีพึงเกิดอีกเลย ในปัจจุบัน

ยินดีที่จะเล่าคุยให้ฟังในฐานะที่คุณสุรพันธ์ ปานผา บอกมาว่า "ช่วยหน่อยพี่"

ปีนั้นผมเล่นฟุตบอล(ยังไม่เข้าทีมโรงเรียน) แล้วแขนขวาหักเรียนหนังสือโดยใช้มือซ้ายข้างเดียว อยู่หนึ่งเดือนครึ่ง วันหนึ่งในช่วงเข้าเฝือก ชั่วโมงวิชาวาดเชียน ผมเรียนไปเปิดโต๊ะปิดโต๊ะเรียนบ่อยครั้งแต่ก็ไม่มีเหตุการ์ณอะไรเกิดขึ้น บ่ายวันนั้นอาจารย์เซลลี่ ถามผมว่า ทำไมกินข้าวในห้องเรียนชั่วโมงวิชาวาดเขียนเมื่อเช้านี้ ผมตอบว่า กินข้าวอะไรไม่ทราบ แขนผมเข้าเฝือกอยู่อย่างนี้เหลือแขนซ้ายถ้าเปิดโต๊ะกินข้าวแล้ว ผมเองมือไหนตักข้าวมือไหนเปิดโต๊ะเรียน อาจารย์เซลลี่บอกว่าครูวาดเขียนเขามาฟ้อง ก็เรียกมาถาม ดีแล้ว กลับไปเรียนได้

ผมไม่ได้โกหกอาจารย์ใหญ่โดยตอบปฏิเสธ แต่ก็ไม่ตอบรับความจริง กลัวถูกตำหนิหรือลงโทษ เพราะผมโตแล้วเพียงแต่เลี่ยงบาลี และเรื่องก็จบ ด้วยคำถามคำตอบเพียงสองสามคำ กลับจากไปหาอาจารย์เซลลี่เพื่อนๆรุมถามกับใหญ่ เรียกไปทำไม ผมยิ้มไม่ตอบ

เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นี้ รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์สมัยนั้นวันเสาร์เป็นวันแต่งลูกเสือ ผู้ที่แต่งลูกเสือจะต้องสวมเกือกบูท ไม่ใช่เกือกชู เป็นระเบียบโดยเคร่งครัด

ผมเป็นลูกเสือ ผมสวมรองเท้าบูทตามระเบียบ แต่ครูวาดเขียน (สมัยนั้นมีครูสอนวาดเขียนเพียงคนเดียว)สวมรองเท้าชูมาในเครื่องแบบลูกเสือ ผมเห็นชัดมองไกล แล้วเฉียดเข้าไปมองใกล้ให้แน่ใจ ดูไม่ผิดพลาดแน่ "ทีใครทีใคร" ผลุดขึ้นในความคิดของผม ผมปราดไปหาอาจารย์ผู้ปกครอง พระยาจรัลชวนะเพท คำนับแล้วยืนตรง ท่านถามว่ามีเรื่องอะไร ผมตอบว่า อยากจะเรียนถามท่านว่าแต่งลูกเสือแต่สวมรองเท้าชู จะมีความผิดไหม ท่านแกว่งไม้ตะพดที่ถือติดมืออยู่ยิ้มแล้วบอก ว่า นี่แน่ะ เคาะตาตุ่ม ๑๐ที ผมถามอีกว่า ถ้าเป็นครูบาอาจารย์ล่ะ จะถูกเคาะตาตุ่มไหม ท่านจ้องหน้าผมเขม็ง ตามองแขนขวาที่เข้าเฝือกอยู่ ถามผมอย่างหางเสียงไม่ค่อยจะนิ่มนวลเหมือนครั้งแรก ถามทำไม ผมตอบไปว่า เห็นครูวาดเขียน สวมรองเท้าชู อยากทราบว่า ถ้าเป็นอาจารย์แล้วสวมรองเท้าชนิดไหนก็ได้ ผมคำนับแล้วรีบถอยเดินแนบกลับ เพราะสีหน้าท่านเจ้าคุณจรัลฯ เปลี่ยนไปเห็นได้ชัด

ชั่วโมงแรกเช้าวันเสาร์นั้นเป็นชั่วโมงภาษา อังกฤษ หลังจาก อาจารย์ถวิล ดารากร ผู้สอนหมดชั่วโมงแล้ว ครูประจำชั้นครุฟุ้ง ศรี วิจารณ์ เข้าสอนตามปกติ ซึ่งเป็นชั่วโมงของวิชาอะไรผมก็จำไม่ได้ แต่ครูฟุ้งเปลี่ยนตารางสอนเป็นวิชาศีลธรรมจรรยาแทน

เริ่มต้นด้วยการอบรมเรื่องศีลธรรม ในข้อ "ลูกศิษย์คิดล้างครู" เป็นเวลาเกือบ๒๐นาที แล้วจึงเข้าตามตารางสอน นักเรียนทั้งชั้นงงไปตามๆกัน ทำไมครูฟุ้งจึงหน้าตาไม่รื่นเหมือนปกติ ดวงตาที่ดุ นักเรียนเกรงกันนัก เช้านี้แทบจะโปนบึ้งตึง หยุดพักกลางวัน นักเรียนจึงจับกลุ่มถามกันว่า วันนี้ครูฟุ้งอารมณ์บูดมาจากบ้านหรือไง? เพื่อนแทบทุกคนจะเอาคำตอบจากผม ผมเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแต่เริ่มแรกจน จบ เพื่อนๆถอนใจใหญ่ บางคนลูบหัวผม พึมพำว่า เองเก่ง เรื่องที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้เกิดขึ้นเมื่อหก สิบกว่าปีมาแล้ว นำมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า "ทำอย่างนี้ไม่ดี อย่าริอาจเป็นอันขาด"

นักเรียนปัจจุบันขออย่าได้เอาเยี่ยงเอาอย่าง "ศิษย์กับอาจารย์แล้ว นักเรียนต้องยอมเคารพและอดทน เพราะ อาจารย์เป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการให้แก่ เรา หนักนิดเบาหน่อยต้องอดทน เพราะท่านเป็นผู้ที่เราต้องเคารพนับถือ"

ต่อมาอีก ๒๐ปี ครูสอนวาดเขียนผู้นั้นท่านย้ายมาทำงานที่องค์การค้าคุรุสภา วันแรกที่ผมพบท่านที่นั่นเพราะไปมาที่องค์การ นี้บ่อย "ผมตรงไปกราบท่านเป็นการอาบัติสมัยโน้น" ท่านยิ้มย่องผ่องใสกันดีระหว่างครูกับลูกศิษย์ มิตรภาพคืนสู่เหย้า บางครั้งเย็นๆเลิกงานแล้ว ผมก็เชิญ"ครูวาดเขียน" ออกมากินข้าวด้วยกันทุกบ่อยทุกบ่อย

*******************************************************

พระคุณของเทพศิรินทร์ โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ ให้การศึกษาแก่ผม จนเป็นเนื้อเป็นตัว มีลมหายใจคล่องจมูก มาจนบัดนี้เป็นสิ่งที่จารึก ฝังแน่นในหัวใจ สิ้งใดที่ผมจะสนองคุณรับใช้ หรือช่วยสร้างสรรค์ให้แก่โรงเรียนได้ ถือเป็นบุญตัว ถ้าได้บำเบ็ญเท่าที่อยู่ ในความทรงจำของผม พอจะคุยอวดความกตัญญูกตเวที ต่อสถานศึกษา ให้พี่น้องเลือกเทพศิรินทร์ด้วยกัน ได้ทราบมีดังนี้

พ.ศ.๒๔๙๒ ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาทรงเจิมพระบรมรูปรัชกาลที่๘ เพื่อนำประดิษฐานเป็นที่สักการะที่โรงเรียนเทพศิรินทร์

ได้เป็นประธานกรรมการจัดงานฉลองโรงเรียนเทพ ศิรินทร์ ครบ ๕๐ปี

สมัยอาจารย์หลวงสวัสดิ์สารศาสตร์พุทธิ ให้ผมเป็นผู้แจกรางวัลนักเรียนที่เรียนดี

สมัยอาจารย์สวัสดิ์ ภูมิรัตน์ ให้ผมไปบรรยายเกี่ยวกับทัศนศึกษาที่ผมได้ประสบการณ์มา ของประเทศอังกฤษ เยอรมัน ฮอลแลนด์ เดนมาร์ค สวีเดน และ นอรเวย์ ที่โรงเรียน

สมัยอาจารย์บุญอวบ บูรณบุตร ขาดเงินสร้างโรงฝึกงานของนักเรียน ที่หลังตึกแม้นค่าก่อสร้าง ๘๐,๐๐๐ บาท ให้เป็นภาระที่ผมมี โอกาสสนองคุณแก่สถานศึกษาของผม อาจารย์สั่น สุมิตร อธิบดีในสมัยนั้น ปีติยินดีที่ศิษย์เก่าผู้นี้สรรสนองได้ภายใน ๓วัน

ปีต่อมาอาจารย์บุญอวบ บูรณบุตร ได้ปรารภว่า โต๊ะเก้าอี้ นักเรียนนั้นเก่าจะผุพังหมดแล้ว ถ้าช่วยได้อีกสักแสนบาทก็จะดี ผมก็สรรสนองสำเร็จ

สมัยอาจารย์ชาลี ถาวรานุรักษ์ จัดงานฉลองโรงเรียนครบรอบ ๑๐๐ปี ได้เป็นรองประธานจัดงาน และเป็นประธานสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก ๑๐๐ปีโรงเรียนเทพศิรินทร์

เมื่อโอกาสมาถึงที่จะได้สนองสร้างจรรโลงสถาน การศึกษาของเรา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีได้ เริ่มฉกฉวยอย่ารีรอเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ผู้ให้กำเนิดการศึกษาแก่เรา

ลงชื่อเข้าใช้

Username
Password
ลืมรหัสผ่าน ?
สมัครสมาชิกเว็บไซต์